แพทย์ชี้คนไทยขาดแคลเซียมและวิตามินดี เสี่ยงโรคกระดูกและภูมิคุ้มกันต่ำ แนะเสริมวิตามินดีเพื่อร่างกายแข็งแรง

วิตามินดีและแคลเซียมถือเป็นสารอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการรักษาสมดุลของระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายไม่ว่าวัยใดก็ตาม ล่าสุดผลิตภัณฑ์นมยูเอชทีตราหมีร่วมกับ ดร. ภนิตา ศรีชมเชย นักกำหนดอาหารวิชาชีพ ผู้จัดการศูนย์โภชนาการและการกำหนดอาหาร รพ. เทพธารินทร์ ได้เผยผลการศึกษาจากผลสำรวจ[1พบว่าคนไทยยังขาดวิตามินดี และ แคลเซียม ซึ่งเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าร่างกายคนเราสามารถสังเคราะห์วิตามินดีจากแสงแดดได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันส่งผลให้เราสังเคราะห์วิตามินดีไม่เพียงพอในแต่ละวัน อาทิเช่น การทำงานอยู่ในออฟฟิศ การอยู่แต่ในร่ม ใช้ครีมกันแดด คนที่มีสีผิวเข้ม คนที่มีภาวะอ้วน หรือ อายุที่มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่นำไปสู่การสังเคราะห์วิตามินดีได้น้อยลง[2] จากผลสำรวจพบว่า มีคนไทยหลากหลายช่วงอายุที่มีภาวะการขาดวิตามินดี ดังนี้

ช่วงอายุ และ/หรือ เพศ อัตราภาวะขาดวิตามินดี
ผู้หญิง[3] ร้อยละ 43
ผู้ชาย[3] ร้อยละ 14
เด็กไทย อายุ 3-12.9 ปี[4] ประมาณ 1 ใน 3
ผู้สูงอายุ[5] ประมาณ 1 ใน 3
สตรีวัยทอง[6] ร้อยละ 93

ทั้งนี้ การขาดวิตามินดีอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ยังขาดแคลเซียม ถึงแม้ว่าจะได้รับแคลเซียมจากอาหารแล้วก็ตาม

ผลที่ตามมาเมื่อร่างกายขาดวิตามินดี และ แคลเซียม

วิตามินดี และ แคลเซียมถือเป็นคู่หูสารอาหารที่ช่วยในด้านการเสริมสร้างมวลกระดูก ซึ่งการขาดวิตามินดีอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การขาดแคลเซียม เนื่องจากวิตามินดีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ดังนั้นเมื่อขาดวิตามินดี ร่างกายก็จะดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง และเมื่อระดับแคลเซียมในเลือดลดลง กลไกของร่ายการเราจะสลายมวลกระดูกเพื่อรักษาสมดุลของแคลเซียมในกระแสเลือด และเมื่อร่ายกายขาดแคลเซียมเป็นเวลานาน ผลในระยะยาวคือกระดูกเปราะบาง เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอื่น ๆ กับการทำงานของร่ายกายอีกด้วย[7อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 โรคซึมเศร้า อัลไซเมอร์ โรคติดเชื้อ รวมไปถึงปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด อาทิ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม[8] และยังส่งผลกับภาวะมีบุตรยากอีกด้วย[9]

 

คู่ซี้วิตามินดี – แคลเซียม ประโยชน์ที่มากกว่าแค่กระดูก

เป็นที่รู้กันดีว่าการที่ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ประโยชน์ได้จะต้องได้รับวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า วิตามินดีและแคลเซียมคือ เพื่อนคู่ซี้กันอย่างแท้จริง เพราะร่างกายของเราต้องการสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้อย่างเพียงพอเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซม เสริมสร้างมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะกระดูกบาง กระดูกพรุน หรือลดโอกาสกระดูกหักง่าย โดยกระบวนการนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับทั้งวิตามินดี และ แคลเซียมที่เพียงพอควบคู่กันไป

นอกจากนี้ วิตามินดียังมีคุณประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่ายกาย โดยวิตามินดีมีส่วนช่วยในการสร้างและควบคุมการทำงานของเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยกระตุ้นการสร้างสารฆ่าเชื้อโรค ซึ่งสามารถยับยั้งได้ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และ เชื้อรา[10] และนอกจากนี้ วิตามินดียังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาสมองและเซลล์ประสาท ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่ใช้ในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทชนิดที่มีผลช่วยลดความเครียดและภาวะซีมเศร้าได้อีกด้วย [11]

 

คู่ซี้วิตามินดี – แคลเซียม หาได้จากที่ไหน?

จริงอยู่ที่ร่างกายของเราสามารถสังเคราะห์วิตามินดีจากการได้รับแสงแดด แต่ด้วยวิถีชีวิตของเรามักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในที่ร่ม และ สัมผัสแดดน้อยลง รวมถึงอาหารที่มีวิตามินดีนั้นหาได้ค่อนข้างยาก โดยจะพบได้ในอาหารไม่กี่ชนิด อาทิ ตับ เนย ไข่แดง ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า และ เห็ดบางชนิด เช่นเห็ดนางฟ้า หรือ เห็ดหอมสด

ในส่วนของแคลเซียมถึงแม้ว่าจะสามารถหาได้ง่ายกว่าโดยเฉพาะนม และ ผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด แต่ถึงแม้จะได้รับแคลเซียมจากอาหาร แต่เราต้องได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอด้วย ซึ่งวิตามินดีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นถึงร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว

ปัจจุบันด้วยนวัตกรรมในการคิดค้นผลิตภัณฑ์ มีการเสริมวิตามินดีเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นการเลือกดื่มนมที่มีการเสริมวิตามินดีจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยในเรื่องสุขภาพกระดูกและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

 

แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด นมตราหมียูเอชที สูตรใหม่ รสจืด มีวิตามินดีสูงและแคลเซียมสูง คู่ซี้เพื่อกระดูกและภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

ด้วยความห่วงใยคนไทยและเข้าใจในวิถีชีวิตที่อาจจะทำให้คนไทยขาดวิตามินดี และ แคลเซียม นมตราหมียูเอชที จึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีแคลเซียมสูง และ วิตามินดีสูง แต่ยังคงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ถูกปากทุกคนในครอบครัว และเป็นผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับการรับรองสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ มีจำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศแล้ววันนี้

สารถึงบรรณาธิการ

เนสท์เล่เป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ที่สุดของโลก ครอบคลุม 190 ประเทศทั่วโลก พนักงานเนสท์เล่กว่า 308,000 คนต่างมีพันธสัญญาต่อเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ในการเปิดพลังแห่งอาหารเพื่อเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตที่ดี สำหรับทุกคนในวันนี้และในอนาคต (Unlocking the power of food to enhance quality of life for everyone, today and for generations to come) เนสท์เล่นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยงครอบคลุมในทุกช่วงวัย มากกว่า 2,000 แบรนด์ ทั้งที่เป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก เช่น เนสกาแฟ เนสเพรสโซ แม็กกี้ ตลอดจนแบรนด์ที่เป็นที่ชื่นชอบในท้องถิ่นอย่าง ตราหมี หรือมิเนเร่ บริษัทฯ ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบัน เนสท์เล่ก่อตั้งมานานกว่า 150 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเวเวย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนสท์เล่ ประเทศไทยผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/goodfoodgoodlifebyNestleThailand

YouTube: https://www.youtube.com/user/NestleThailand

Website: https://www.nestle.co.th

说点什么

avatar
  Subscribe  
提醒